ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บันทึกการลงทุน เส้นทางชีวิตของ options trader

บันทึกการลงทุนในบทความนี้ผมจะเล่า ประสบการณ์ ที่ผมเคยผ่านมา เป็นประสบการณ์ที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการลงทุนมากนัก ผมจะเล่าถึงชีวิตในช่วงต่างๆ ของตัวเอง เพื่อเตือนตัวเองไว้ การเดินทางของคนๆหนึ่ง มันไม่ง่ายเลย อนาคตผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็บันทึกเส้นทางชีวิตไว้เป็นบทเรียน
.
อายุ 19 ผมมีลูกสาวที่น่ารักหนึ่งคนซึ่งตอนนั้นผมเรียนยังไม่จบด้วยซ้ำ ที่บ้านทำธุรกิจโรงน้ำเเข็งผมรับช่วงต่อในการทำธุรกิจโรงน้ำแข็งไปด้วยเรียนไปด้วย ทำงานหลังเลิกเรียนไปด้วย ช่วงนั่นงานหนักมาก เข้าใจว่าตอนนั้นตัวผมเองเป็นวัยรุ่นกำลังโต ที่ความคิดความอ่านไม่ค่ยดีเท่าไหร่ 

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด ลูกชาวนา ครอยครัวเรียกได้ว่าเป็นคนฐานนะยากจน ผมไม่เคยพอใจกับชีวิตเลยสักวัน เดินทางเข้ามา กทม เพื่อหารายได้เพื่อเดินตามฝัน ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยความฝันของตัวเองคืออะไร ตอน อายุ 20 ทำงานหลายอย่างมาก จนสุดท้ายผมได้รู้ว่าการทำงานประจำไม่เหมาะกับผม ผมเลยเขียนต่อ ปวส คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ต้องนี้จะเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ผมได้ไอเดียในเรื่องของการทำธุระกิจออนไลน์ และตอนนั้นพี่ชายเปิดธุรกิจ เเล้วเลยได้เข้ามาช่วยธุรกิจของพี่ชาย ซึ่งธุรกิจ ไม่ดีเลยขายไม่ได้ ผมเลยมีเวลาว่างจากการทำธุรกิจ ซึ่งในร้านค้าของพี่ชายมีตู้หนังสืออยู่ ด้วยความไม่เคยพอใจในชีวิต ผมเลยตัดสินใจอ่านหนังสือ ทั้งที่ตอนเรียน ผมเกรด 0 เกือบทุกวิธีเพราะว่าตอนนั้นหนีเรียนไปทำธุรกิจ และทำงานพาร์ททาม 

หนังสือเล่มเเรกที่ผมอ่านจบคือ มึงสู้จริงหรือป่าว ของอาจารย์สมคิด และผมอ่านต่อเนื่องอย่างบ้าคลั่งสุดๆ กิน นอน ทำงาน ผมจะมีหนังสือติดตัวตลอด 1-2 ปี ที่ผมทำแบบนี้ จนพอจะมีความรู้เรื่องการลงทุน เพราะหนังสือในตู้ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนหุ้น VI ผมซื้อหุ้นตัวแรก คือ หุ้น BTS และลองหลายอย่างมาก พอรู้จัก Tfax  single stock Future  ผมก็ลองทุกนอย่างเท่าที่จะลองได้ และเข้ามารู้จักกับการเทรด Fx ซึ่งตอนนี้ผมรู้ว่า options มีอยู่ที่ผมเข้าไม่ถึงในยุคนี้ พอเทรด Fx ผมทำกำไรได้เยอะมาก เรียนกได้ว่า เยอะกว่าเงินเดือน ปริญาตรีหลายเท่า ในเดือนเดียว ตอนนั้นผมเรียนที่ Rbac มีอยู่วันหนังเพื่อนที่ Rbac เปิดหนังเรื่อง Stave job ให้ผมดู หนังเรื่องนี้ทำให้ผมน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว แรงบันดาลใจโครตสุด
.
เติมช่องว่างในจักรวาล เป็นคำที่สตีฟจ็อฟได้พูดในหนัง คือการทำสิ่งใหม่ และผมดูหนังสือนี้มากกว่า 10 รอบในหนึ่งเดือน และเข้าเดือนที่สอง ผมยลาออกจากมหาลัยเดินตามรอยของสตีฟจ็อบ ตอนที่ผมออกมาทำงานที่บ้านตอนนั้นก่อนโควิด ยุค Work frim home ยังไม่มีคใครพูดถึงเลยด้วยซ้ำ อึดอัดใจกับสภาพเเวดล้อมมาก 

ช่วงนี้เองที่ผมได้เทรด options โดยไม่ตั้งใจ คือพอร์ตการลงทุนของผมติดลบและมีเพื่อนชาวต่างชาติได้ภรรยาอยู่ใกล้บ้านผม เราคุณเรื่องการเทรด และผมก็เริ่มเทรด options ซึ่งมันเป็นอะไรที่ผไม่เข้าใจเลยว่า options คืออะไร แต่ผมเทรดไปเเล้ว และพอเห็นตัวเลขกำไร จึกสนใจในการเทรด options ต่อ ตอนนี้ผมหาความรู้ในการเทรด options หนักมาก แต่ในไทย ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ผมใช้เวลา ประมาณ 1 เดือน วันละ 1ชม. เพื่อหาความรู้เรื่อง options ไม่มีเลย คือไม่มีจริงๆ ผมเลยได้เริ่มเขียนบันทึกการลงทุนเกี่ยวกับ options 

พอเริ่มเขียน เดือนแรกก็มีคนเข้ามาสอบถาม 1 คน เดือนที่ 2 อีก 1 คน แบบนี้เป็นปี เดือนละ 1-2 คน ปีต่อมาจากคนจากคนเข้ามาถาม เริ่มมีคนมาขอบคุณ ผมรู้สึกดีมากๆ มันรู้สึกรวยเเละภูมิใจมากด้วยต้นทุนที่ผมมีต้นนั้น แล้วผมก็เปิดเพจ option society ซึ่งตอนนี้ เป็นเพจที่น่าจะมี Content เรื่อง options เยอะมาก ถามเทียบกันทั้งหมดในประเทศ น่าจะเยอะสุด 

หนังจากนั้นเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ดี แม่ดันมาเป็นมะเร็จ ซึ่งในครอบครัว ทุกคนมีครอบครัว มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ผมเลยตัดสินในมาดูเเลเเม่  แม่อายุ 70 กว่า ผมใช้เวลาดูแลแม่แบบ Full time มา 2 ปี ก่อนหน้านี้คือไปๆมาๆ พอเริ่มมีคนเก็บปวย สิ่งที่ผมไม่เคยคิดถึงเลยคือเรื่องประกัน รายได้ผมเริ่มน้อยกว่ารายจ่าย ตอนนั้นผมอายุ 20 ปลายๆ ชีวิตเพื่อนๆเฮฮาปาตี้ ส่วมผมต้องอยู่กับสิ่งที่เรียกได้ว่าบั่นทอนจิตใจค่อนข้างมาก ด้วยมาตรฐานชีวิตที่วางไว้

ปัญหานี้คือเรื่อง Mindset ล้วนๆ พอผมเริ่มจับตัวเองได้ว่าอารมณ์ของตัวเองเริ่ม แปลปรวนๆ ผมซึ่งคอร์สเรื่องจิตวิทยาหนักมาก 100 K ++ ซึ่งช่วยได้ระยะหนึ่ง แต่ผมอยู่ทามกลางสิ่งที่ปั่นทอนจริงใจมา 2 ปี กำลังเดือนทางเข้า 3 คอร์สเหล่านั้นเอาไม่อยู่  สิ่งที่เห็นได้ชัด และผมได้บทเรียนชีวิตคือ การไม่แบ่งเรื่องงานออกจากครอบครัว มันจะทบทั้งหมด มีคนเคยถามผมว่าทำไมไม่ขยายธุรกิจ นี้คือเหตุผล 

ความคิดเห็น