ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บันทึกการลงทุน วันที่ 637 Full Time Trader


เพิ่มคำบรรยายภาพ

ในวันนี้ไดอารี่ของผมจะเป็นการบันทึกสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของผม 

สิ่งหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด คืือการได้เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "อัตราดอกเบี้ยทบต้น" เมื่อก่อนผมอ่านหนังสือในเรื่องนี้บ่อยครั้งแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ เเต่ในช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์ท้าทายหลายอย่าง หรือจะเรียกว่าเหตุการณ์มันบังคับก็ว่าได้ครับ ที่ว่าบังคับนี้ผมกำลังหมายถึง บังคับให้ตัวผมมีวินัยมากขึ้น คิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทำงานเป็นระบบมากขึ้น ผมมองการเป็นการทำธุรกิจ แต่ผมรู้สึกว่าธุรกิจของผมมีศักยภาพในการเเข่งขันสูงมาก กลับมาที่เรื่องอัตราดอกเบี้ยทบต้น

อัตราดอกเบี้ย ใครๆก็คงเคยได้ยินได้รู้กันมาบ้างเเล้ว แต่อัตราดอกเบี้ยทบต้นที่ผมกำลังหมายถึงคือ

- เงินทบต้น
- ประสบการณ์ทบต้น
- ความรู้ทบต้น
- นิสัยบางอย่างที่สามารถสร้าง ใช้ชีวิตขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธภาพ เช่น นิสัยการอ่าน นิสัยมองโลกตามความเป็นจริง นิสัยนักสสมาธิ นิสัยเหล่านี้ไม่สามารถประเมินค่าได้ถูกต้องไหมครับ

ดังนั้นตอนนี้ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า จะต้องลงทุนในสิ่งที่มันสามารถ ทบต้นได้ (กระเเสเงินสด) การเก็งกำไรของผมเทียบกับการเทรดเชิงกลยุทธ สำหรับผมเเล้วการเทรดเชิ่งกลยุทธผลตอบเเทนสูงกว่า

งาน Full Time Trader ที่ผมทำอยู่ตอนนี้หลักๆแล้วผมมีหน้าที่อยู่ 8 อย่าง

- อ่านหนังสือ 20 นาที
- นั่งสมาธิ 20 นาที
- เทรนสมอง 20 นาทีตอนเช้า หรือก่อนนอน
- ฝึกภาษาอังกฤษ 1 ชั่วโมง
- เก็บข้อมูลการเทรด 1 ชั่วโมง
- ฝึกเขียนโปรแกรม 1 ชั่วโมง 
- วิเคราะห์ข่าวเขียนบทความทำวีดีโอ 1 ชั่วโมง
-  ออกกำลังกาย

งานเหล่านี้ช่วงเเรกจะเป็นงานที่หนักมาครับ ต่อมาผมเริ่มสร้างนิสัยขึ้นมาทำให้เกิดเป็นนิสัยทบต้น สิสัยทบต้นคือเราทำงานได้อย่างรวดเร็วและไม่รู้สึกว่าทำงาน เพราะมันเป็นนิสัยไปแล้ว มันสุดยอดมาก 

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่ผ่านมา  ลงทุนในสิ่งที่ทบต้นได้ และสร้างนิสัยที่มีประโยชน์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกการลงทุน เส้นทางชีวิตของ options trader

บันทึกการลงทุนในบทความนี้ผมจะเล่า ประสบการณ์ ที่ผมเคยผ่านมา เป็นประสบการณ์ที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการลงทุนมากนัก ผมจะเล่าถึงชีวิตในช่วงต่างๆ ของตัวเอง เพื่อเตือนตัวเองไว้ การเดินทางของคนๆหนึ่ง มันไม่ง่ายเลย อนาคตผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็บันทึกเส้นทางชีวิตไว้เป็นบทเรียน . อายุ 19 ผมมีลูกสาวที่น่ารักหนึ่งคนซึ่งตอนนั้นผมเรียนยังไม่จบด้วยซ้ำ ที่บ้านทำธุรกิจโรงน้ำเเข็งผมรับช่วงต่อในการทำธุรกิจโรงน้ำแข็งไปด้วยเรียนไปด้วย ทำงานหลังเลิกเรียนไปด้วย ช่วงนั่นงานหนักมาก เข้าใจว่าตอนนั้นตัวผมเองเป็นวัยรุ่นกำลังโต ที่ความคิดความอ่านไม่ค่ยดีเท่าไหร่  ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด ลูกชาวนา ครอยครัวเรียกได้ว่าเป็นคนฐานนะยากจน ผมไม่เคยพอใจกับชีวิตเลยสักวัน เดินทางเข้ามา กทม เพื่อหารายได้เพื่อเดินตามฝัน ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยความฝันของตัวเองคืออะไร ตอน อายุ 20 ทำงานหลายอย่างมาก จนสุดท้ายผมได้รู้ว่าการทำงานประจำไม่เหมาะกับผม ผมเลยเขียนต่อ ปวส คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ต้องนี้จะเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ผมได้ไอเดียในเรื่องของการทำธุระกิจออนไลน์ และตอนนั้นพี่ชายเปิดธุรกิจ เเล้วเลยได้เข้ามาช่วยธุรกิจของพี่ชาย ซึ่งธุร...